![]() |
||
|---|---|---|
| |
||
| วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2550 โรงพยาบาลพญาไท 1 อีกหนึ่งดวงประทีป สู่ปวงปัญญา (ผู้ป่วย) อย่าเอาผิดเอาถูก ตามสมมติลวงของโลก ให้อยู่กับเขาทุกคนให้ดีๆ ด้วยใจที่พร้อมจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยประนีประนอม และเสียสละ เพื่อประสานแบ่งปันประโยชน์ตามวิถีแห่งกุศล ราว 10 วัน สุดท้ายของเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผู้เขียนพร้อมเพื่อนกัลยาณมิตรคอเดียวกัน มีโอกาสใช้เวลาไปปลีกวิเวก ปฏิบัติธรรมกลุ่มย่อยกันที่ บ้านชมศิลา อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อไม่ให้เสีย(โอกาส)เที่ยว จึงจัดสรรแบ่งเวลาบางส่วนไปเดินดงชมไพรเสริมการศึกษาธรรมชาติเชิงนิเวศ ที่อุทยานแห่งชาติออบขาน ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำขาน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไม่ไกลจากที่พักนัก คำว่า ออบ เป็นคำเมืองเหนือ หมายถึงชะง่อนผาหรือโกรกธาร ที่เกิดจากการไหลกัดเซาะของกระแสน้ำ บนภูเขาหินปูนและหินอัคนีที่เรียงรายสลับซับซ้อน สูงจากระดับน้ำทะเล400- 1800 เมตร นี้ มีจุดเด่นทางธรรมชาติอยู่หลายแห่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ ผากุมลักษณ์ คำว่า กุมลักษณ์ หมายถึง โพรงหินรูปกลม ที่มักพบได้ตามแก่งหินหรือฐานน้ำตกที่มีกระแสน้ำวน โดยก้อนกรวดที่หมุนวนอย่างรวดเร็วในกระแสน้ำวนนี้ จะทำหน้าที่เป็นเสมือนเครื่องเจาะหินหัวจรวดอันทรงพลัง ทะลวงเจาะแผ่นผาอันแข็งแกร่งให้ทะลุเป็นโพรงได้ จากร่องรอยของโพรงหินรูปกลม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่ากุมลักษณ์ที่เหลือสภาพโพรงเพียงบางส่วน เรียงรายอยู่ริมผาตั้งแต่ระดับบนลาดลดหลั่นไปจรดสายน้ำที่ไหลรินอยู่เบื้องล่าง บ่งบอกถึงอดีตอันยาวนานนับล้านปีของโกรกธารบรรพการแห่งนี้ สะท้อนให้ฉุกคิดถึงความเนิ่นนานอันน่ากลัวของวังวนแห่งชีวิตในสังสารวัฏที่ไม่พึงปรารถนา ทุกวันนี้ ที่มีชีวิตอยู่ ผู้มีใจฝักใฝ ่ในวิมุตติ พยายามขัดเกลาจริตนิสัย ดัดสันดานดิบของตนเองให้เอื้อต่อการเกิดกุศลจิตได้ง่าย และบ่อยครั้งกว่าอกุศลจิตมิตรเก่ามาเฟียที่ครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของใจอยู่ ในห้วงแห่งการพิจารณาธรรมท่ามกลางธรรมชาติเชิงนิเวศด้วยใจสงบตั้งมั่นและโปร่งเบา เสียง จากความทรงจำก็ปรากฏก้องอยู่ภายในให้ได้ยินเพียงคนเดียว เป็นคำเตือนสติของ พระวิปัสสนาจารย์ที่ผู้เขียนนับถือ ท่านฝากกติกา 5 ข้อ ไว้ให้ถือเป็นเสมือนเข็มทิศติดตัวในการเดินทางคราวนี้ ว่า ไม่ว่าจะต้องไปตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ใด อย่าเอาผิดเอาถูกตามสมมติลวงของโลก ให้อยู่กับเขาทุกคนให้ดีๆ ด้วยใจที่พร้อมจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ประนีประนอม และเสียสละประสานแบ่งปันประโยชน์ตามวิถีแห่งกุศล เพื่อจะได้ไม่ต้องวนกลับมาชดใช้หนี้อกุศลกรรมกันอีก ตื่นคืนสู่ความรู้สึกตัว จากห้วงแห่งความจำสู่ความจริง ผู้คนโดยมาก ปัญญามักมาช้าไล่หลังกิเลสมารในคราบมิตรเสมอ จึงเป็นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน รายล้อมด้วยเรือนกระจกร้าว ใครที่ยังยอมไม่เป็น ก็ต้องเป็นเหมือนก้อนหินในโพรงผา ที่ถูกกระแสน้ำแห่งกิเลสอันเชี่ยวกรากสาดใส่และกัดเซาะ จะหาเวลาพักให้สงบเย็นเป็นไม่มี เราจึงต้องหาจังหวะเว้นวรรค ปิดโอกาสการปรุงแต่งชั่วคราว ลดความรวดเร็วของเกลียวกิเลสที่แฝงตัวเข้ามา แม้ในกิจกรรมที่ว่าดีๆ ทั้งหลาย เมื่อพักพอแล้ว จึงกลับมาฝึกทำความดีถวายในหลวงกันต่อ ตั้งใจฝึกไว้ให้เป็นนิสัย เพื่อเป็นเหตุเอื้อต่อการเกิดกุศลจิตได้ง่ายกว่าอกุศลจิต ในคราวต่อๆ ไป ค่ะ วันนี้ ขอแบ่งโอกาสให้ท่านผู้อ่านได้อนุโมทนากับกุศลเจตนา ความดีของทันตแพทย์สุรศักดิ์ บุณยเวทย์ แห่งโรงพยาบาลพญาไท 1 ผู้เป็นกลไกสำคัญในการนำหนังสือธรรมะรวม 1316 เล่ม เข้าไปวางประจำไว้ในห้องพักผู้ป่วยในทั้ง 176 ห้อง ๆ ละ 6 เล่ม คือ หลวงปู่ฝากไว้ โดย หลวงปู่ดูลย์ อตุโล/วิถีแห่งความรู้แจ้ง โดย พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช/สุขภาวะองค์รวมแนวพุทธ โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)/ทำอย่างไรให้ใจถึงธรรม โดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม/อนันตชินะปริตร โดย ดร.อภิณัฏฐ์ กิติพันธุ์ และ ช้อปปิ้งบุญ โดย ขวัญ เพียงหทัย และในส่วนจุดรอรับการตรวจรักษาของผู้ป่วย OPD คุณหมอจะจัดเตรียมชั้นหนังสือเติมใจให้กัน เพื่อถักทอเครือข่ายแห่งความห่วงใยด้วยการแบ่งปัน ไว้10 จุด โดยแต่ละจุดจะมีหนังสือที่เครือข่ายโครงการเติมใจให้กันได้ร่วมกันบริจาคให้ไว้ รวมทั้งหมด 26 ปก ครบทุกจุด หากผู้อ่านท่านใด พอจะมีหนังสือแนวบำรุงสุขภาพจิต ตั้งใจจะแบ่งปันให้สังคมเช่นกัน ติดต่อคุณหมอใจดีทันตแพทย์สุรศักดิ์ บุณยเวทย์ แผนกทันตกรรม โรงพยาบาลพญาไท 1 เลขที่ 364/1 ถนน ศรีอยุธยา ราชเทวี กทม.10400 โทร.02-642-7373 พร้อมกันนี้ ขอขอบคุณ คุณเปรมจิตต์ ปิยะภาคี และ คุณพบสุข โยธา ที่ร่วมสนับสนุนการทำความดีถวายในหลวง นำหนังสือธรรมะสู่สถานพยาบาล เครือข่ายโครงการเติมใจให้กัน รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจอันดียิ่งค่ะ
|
||