วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม 2550

ความดีที่จังหวะชีวิตให้โอกาส


พิจารณาความจริงไปตามจังหวะแต่ละขณะ ของชีวิต

เสมือนนาฬิกาที่เดินเที่ยงตรง ไม่ช้าหรือเร็วไปกว่าปัจจุบัน


     เมื่อวาระเข้าพรรษามีมาถึง ถ้อยธรรมคำครูที่ก้องอยู่ทั้งสองหู ก็ย้อนมาเตือน"ไม่ว่าจะต้องตกไปอยู่ในสถานการณ์ดีหรือร้ายอย่างไร ให้ตั้งกุศลจิตมั่นไว้ว่า จะพยายามเชื่อมประสานสัมพันธภาพอันดีงามกันไว้ จะอดกลั้น ไกล่เกลี่ย ประนีประนอม ถนอมน้ำใจ โดยไม่ปล่อยให้อกุศลจิตตัดโอกาสแห่งกุศลกรรมไป "

    กับตนเอง เมื่อตั้งใจจะทำความดีทั้งทีแล้ว ขอให้หมั่นมองใจด้วยความรู้ตัวอยู่เสมอ เพื่อปกป้องคุ้มภัย ไม่ให้ตกอยู่ใต้อำนาจของตัณหาอุปาทาน ระวังอย่าเผลอไปคาดหวังวางแผนว่า ทำดีแล้วจะต้องให้ได้ดีดั่งใจ เพราะจะทำให้ทุกข์ใจในภายหลัง ถ้าบังเอิญมีเหตุให้ผิดจากแผนการที่วางไว้

     ให้ลองตรองดูในเรื่อง แต่ละบุคคลล้วนเป็นทายาทแห่งกรรม บางทีเหตุการณ์ต่างๆ ที่มันเป็นไป อาจไม่ใช่เพราะอะไรหรือใครอื่น แต่เป็นเพราะด้วยมีอกุศลวิบากที่เราเคยสร้างเหตุมาแต่ปางก่อนมาเป็นตัวตัดรอนก็ได้ คนที่ดูเหมือนจะเป็นคู่กรณีกันในเหตุการณ์เฉพาะหน้า อาจเป็นแค่ตุ๊กตาตัวหนึ่งที่เป็นรูปธรรมให้นามธรรมอาศัย ส่งผลกรรมมากระทบก็ได้ จึงไม่ควรโทษใคร หรือยัดเยียดข้อหา ใส่ความเขา

     บุญกุศลจากความดี ย่อมนำมาซึ่งความสุขใจ แต่หากเมื่อใดทำความดีแล้วกลับมีแต่ความทุกข์ใจ ให้รีบวกกลับมาตรวจใจ สอบทวนวิธีคิด และพฤติกรรมของตนเองว่า ทำไปด้วยอำนาจของกิเลสคอยผลักดัน หรือมีตัณหาอุปาทานครอบงำอยู่หรือเปล่า ?

     หากตรวจ ใจแล้ว มองเห็นตัวอุปาทานคอยตั้งป้อมเป็นอันธพาลอย่างเหนียวแน่นอยู่ละก็ ต้องระวังใจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยเฉพาะระบบความจำได้หมายรู้ ที่จะทำหน้าที่เป็นเชื้อประทุเสริมความคิดปรุงแต่งต่อสิ่งกระทบ เกิดเป็นเรื่องเป็นราวยืดเยื้อขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

     คิดจะเกี่ยวก้อยสร้างวงจรกรรมกับใคร โดยเฉพาะกับคนใกล้ตัว ดีชั่วนั้นให้ผลเร็วมากกว่าคนไกลตัว จึงควรหมั่นล้างใจเป็นประจำ สำรวมระวังคอยระลึกถึงแต่เหตุการณ์ตอนที่รักกันไว้ให้มากกว่าตอนที่เกลียดชังไม่พอใจกัน เพราะอย่างไรเสีย ตราบใดที่ยังตัดเยื่อแห่งสายใยชีวิตไม่ขาด ก็ยังต้องมาเกิด กลับมากระทบกรรมกันอีก

     คนส่วนใหญ่มักชะล่าใจในความดีที่มีอยู่แล้วมากมาย แต่ลืมล้วงและรื้อขยะความชั่วในสันดานออกมาขจัดขัดเกลา ปล่อยให้ดองเป็นหนองใจ ล้ำเส้น ลุกลามไปกัดกร่อนคนอื่นเขา

     ประเด็นเด่นในพรรษานี้ จึงคือ การหันมาตั้งปณิธานไว้ภายในใจตน หรืออาจจะประกาศเป็นปฏิญญาให้คำมั่นต่อกันว่า จะไม่ยอมผิดซ้ำสองในสิ่งที่เคยเผลอพลั้งพลาดไป

     บรรดาหนังสือสื่อธรรมต่างๆ เป็นของจำเป็นสำหรับผู้เป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มสนใจหันมาปฏิบัติธรรม แต่สำหรับคนเก่าๆ แล้ว ควรหันกลับมาอ่านใจตนเอง ตัดวงจรกรรมไว้ก่อนให้จบที่ใจ อย่าปล่อยให้ประกอบกรรมครบสูตร ทั้งมโนกรรม วจีกรรม และกายกรรม ให้หัดทำใจเหมือนพระโพธิสัตว์ เพราะถึงแม้จะยังไม่หมดกิเลส แต่ก็มีความตั้งใจที่จะละความชั่วอย่างเด็ดขาด และเพียรทำความดีเพื่อความดีอย่างเด็ดเดี่ยว

     ผู้ที่ตั้งใจทำความดี แม้จะได้ก้าวขึ้นหน้าไปก่อนหนึ่งก้าว แต่หากไม่มีปณิธานในการละความชั่ว ก็จะถูกกิเลสดึงกลับมาอย่างน้อยสองก้าว จนในที่สุดจะกลายเป็นผู้รั้งท้ายที่โดดเดี่ยว

     อย่าปล่อยให้ความชั่วได้ใจ และจงคว้าโอกาสแห่งการสร้างความดีเมื่อมีมาปรากฏเฉพาะหน้า พิจารณาความจริงไปตามจังหวะแต่ละขณะของชีวิต เสมือนนาฬิกาที่เดินเที่ยงตรง ไม่ช้าหรือเร็วไปกว่าปัจจุบัน

     ค่ะ สื่อใจสมานสร้างสรรค์ ขอทำหน้าที่ตามจังหวะที่ชีวิตให้โอกาส คือ สานสายใยเครือข่ายคุณธรรมเพื่อสร้างสังคมคุณภาพ ด้วยการร่วมสมทบหนังสือวิมุตติมรรค โดย พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช จำนวน 840 เล่ม กับ ชมรมกัลยาณธรรม ที่ทันตแพทย์หญิง อัจฉรา กลิ่นสุวรรณ์ ให้มา 280 เล่ม รวมเป็น 1120 เล่ม นำเข้าโครงการเติมใจให้กัน นำสื่อธรรมสู่สถานพยาบาลและสาธารณสถาน เพื่อถักทอเครือข่ายความห่วงใยด้วยการแบ่งปัน หนึ่งในโครงการทำความดีถวายในหลวง

     และขอขอบคุณ คุณธนา รุจิพัฒนกุล กับ คุณเอ๊ะ ปิยมงคล โชติกเสถียร ที่ไม่ลืมกัลยาณมิตรรุ่นเก่า กรุณาส่งหนังสือ พระธรรมเทศนา โดย พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช ณ ศาลาลุงชิน ซึ่งเพิ่งพิมพ์เสร็จ มาเสริมโอกาสแห่งการสร้างกุศลกันในครั้งนี้ด้วย จำนวน 500 เล่ม ขออนุโมทนาบุญค่ะ

     สัปดาห์หน้า จะมีข่าวดีจาก นายแพทย์ กำพล พันธุ์ชนะ ผู้ร่วมเป็นกำลังสำคัญกับ ชมรมเพื่อนคุณธรรม นำสื่อเสียง CD / MP 3 เพื่อการแบ่งปัน เข้าสู่โรงพยาบาล เพราะเธอรับปากว่า จะแจ้งยอดขอรับหนังสือจากโครงการฯ ภายในพรรษานี้แน่นอนค่ะ