![]() |
|---|
วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ 2553 เรื่องที่ 116 อารมณ์จิตสุดท้ายก่อนตาย
ยิ่งเข้าใกล้เลข 9 มากขึ้นเท่าใด ก็เท่ากับเรากำลังเข้าใกล้เลข 0 มากขึ้นเท่านั้น ตัวเลขสิบนั้น จึงไม่เคยมีปรากฏมาตั้งแต่แรกแล้ว
โดยเฉพาะเรื่องกรรมๆ เวรๆ นอกจากจะอ่านจากงานเขียนของบรรพชิตแล้ว ก็มีฆราวาสเขียนกันดาษดื่น ออกมาแนวอิทธิปาฏิหาริย์ก็มาก อยู่ที่ดุลพินิจของผู้ควักเงินซื้อว่า เต็มใจจะเสียเพื่อให้ได้อะไร ? โชคดีหน่อยที่ผู้เขียนทำงานอยู่ในแวดวงคนใน จึงมีหนังสือฟรีดีๆ ส่งมาให้อ่านคัดกรองกันไม่ขาดมือ บางเดือนส่งมากองจนบนโต๊ะแทบไม่มีที่จะให้วางกระเป๋า กว่าจะตัดสินใจได้ว่า จะเลือกเปิดเล่มไหนอ่านแบบเจาะรายละเอียดก็ต้องอ่านผ่านแบบ Scan กันอยู่เป็นชั่วโมง หลายเล่มกว่าจะได้จับแบบจริงๆ จังๆ มาพลิกทีละหน้า บางทีก็ข้ามเดือนข้ามปีไปเลย
อย่างเช่น เล่มนี้ค่ะ เวลาเหลือน้อย ภาค 2 ตอน อารมณ์จิตสุดท้ายก่อนตาย ไขปริศนา หลังความตาย การเวียนว่ายตายเกิดของดวงจิตวิญญาณในวัฏสงสาร ที่หาทางหลุดพ้นออกไปไม่ได้ ..เขียนโดย อาจารย์บูรพา ผดุงไทย ผู้เขียนหนังสือขายดี ชุด เกิดแต่กรรม ที่ บรรณาธิการของบริษัท ผู้จัดทำ ภูมิบูรพา จำกัด เกสรา สมพงษ์ เขียนเชียร์ว่า .. *เวลาเหลือน้อย เล่มที่สอง ตอน อารมณ์จิตสุดท้ายก่อนตาย เป็นหนังสือหาอ่านยาก มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจปฏิบัติสมาธิภาวนาและพิจารณามรณานุสติให้เกิดภูมิปัญญาในการปล่อยวาง มายาสมมติโลก เมื่อยามที่ต้องจากโลกนี้ไป ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นหนังสือเพียงเล่มเดียวที่อธิบายถึงกระบวนการทางจิตอันสำคัญนี้ไว้ ผู้จัดพิมพ์หวังให้ได้ช่วยท่านทั้งหลายให้เข้าใจปรากฏการณ์ทางจิตในโลกวิญญาณได้ดีขึ้น สามารถเตรียมตัว เตรียมใจ และใช้เป็นแนวทางในการฝึกกำหนดจิต และสร้างอารมณ์จิตได้อย่างถูกต้อง เมื่อยามที่ดวงจิตวิญญาณต้องเดินทางเข้าไปยังปรโลก.. การอ่านบทสรุปจุดมุ่งหมายของการนำเสนอแนวคิด ผ่านการอ่านคำนำของสำนักพิมพ์ และคำนำของผู้เขียน มีส่วนเสริมความรอบคอบในการพิจารณาเนื้อหาในแต่ละตอนได้เป็นอย่างดี เหมือนการเดินทางหากมีแผนที่ ก็อาจพอช่วยเดาได้ว่า ปลายทางของหนังสือหน้าสุดท้าย เราจะได้อะไรเป็นคุณค่าแห่งประสพการณ์ชีวิตบ้าง ดังที่ อาจารย์บูรพา ผดุงไทยได้เขียนไว้ว่า .. *ทุกวันนี้ โลกกำลังหยิบยื่นสิ่งอันไร้สาระหาแก่นสารมิได้ให้กับเรา โลกกำลังล้างสมองเราด้วยกิเลสมายาปรุงแต่งนานาชนิด ทำให้เราเกิดอวิชชายึดมั่นถือมั่น คิดเป็นจริงเป็นจังในมายาสมมติโลก หากเราไม่เริ่มต้นที่จะต่อสู้กับกิเลสมายาสมมติโลกเสียตั้งแต่บัดนี้ ยามเมื่อเราตายไป ดวงจิตวิญญาณของเราก็จะต้องพบกับความทุกข์และยังคงต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสารนี้อีกต่อไป แต่หากผู้อ่านเกิดปัญญาธรรม เข้าใจในสัจธรรมความจริงที่เราทุกคนต้องพบต้องเจอ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง และยอมรับกับสภาพแห่งความเป็นจริงนั้นได้ในระดับหนึ่ง หยุดความเพ้อฝัน หยุดหลอกตัวเอง หยุดเสพแต่เรื่องราวอันเป็นสิ่งไร้สาระ เมื่อยามที่ต้องตายไป ดวงจิตวิญญาณที่บังเกิดภูมิปัญญาธรรมในเรื่องของมรณานุสติ ย่อมสามารถปล่อยวางมายาสมมติของโลกลงได้ ไม่ต้องทนทุกข์ในดินแดนแห่งปรโลก.. เอาละค่ะ ขอเชิญท่านผู้อ่านร่วมเดินทางไปกับหนังสือเล่มนี้ ผ่านแผนที่คือสารบัญในเล่ม ซึ่งแยกออกเป็น 8 บท คือ จิตสุดท้ายที่นำไปสู่การเวียนว่ายตายเกิด
อธิบายถึงอวิชชา ความยึดมั่นถือมั่นในสมมติโลก ความห่วงอาลัยโลก การขาดพลังใจในการก้าวเดินไปยังดินแดนปรโลก และ ความไม่แน่ใจในบุญกุศลของตน สภาวะจิตของคนที่กำลังจะตาย การสร้างอารมณ์จิตสุดท้าย
ภูมิธรรม
ที่ตาย
ที่ตายคือสถานที่ที่สำคัญที่สุดในชีวิต การเผาที่เดียวกันย่อมมาเกิดร่วมกัน การเตรียมที่ตายไว้ให้พร้อม การจัดเตรียมกองฟอน การเผาศพ สิ่งที่ควรปฏิบัติขณะที่อยู่ในงานศพ ให้หมั่นระลึกว่าไม่ช้าก็เร็วทุกคนก็ต้องมีงานศพเป็นของตัวเอง ทุกคนมีที่ตายและเวลาตายเป็นของตัวเอง
ภาคผนวก
อารมณ์จิตสุดท้ายของคนที่ฆ่าตัวตาย การปลดปล่อยดวงวิญญาณออกจากฝันร้าย และดวงวิญญาณที่ยังคงร้องไห้คร่ำครวญ *เวลาของการมีชีวิตอยู่บนโลกนั้นเหลือน้อยลงทุกที ขอบังอาจเรียนถามว่า .. *หากเราต้องเผชิญหน้ากับความตาย เราได้เตรียมตัวของเราพร้อมแล้วหรือยัง.. บรรดาทรัพย์สินเงินทอง เกียรติยศชื่อเสียง ย่อมไม่อาจติดตามเราเข้าไปในปรโลกได้ *ยามที่เราต้องเดินทางอยู่ในดินแดนแห่งปรโลก คงมีแต่บุญเท่านั้น ที่จะคอยติดตามประคับประคองดวงจิตวิญญาณมิให้ทุกข์ แล้วเราแน่ใจในบุญของเราดีพอแล้วหรือยัง.. ? เราควรฝึกปล่อยวางความเป็นเจ้าของเอาไว้อยู่เสมอ พอถึงวันที่เราจะต้องจากโลกนี้ไป เราจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในอำนาจมายาของมัน เพราะในขณะกำลังจะตาย หากจิตยึดมั่นอยู่ในอารมณ์ใดก็จะซึมซับอารมณ์นั้นไว้อย่างต่อเนื่องสืบไปจนกระทั่งดวงจิตวิญญาณเข้าสู่กระบวนการไปผุดไปเกิดต่อไป อารมณ์จิตสุดท้ายกก่อนตายจึงส่งผลทั้งที่เป็นสุขและทุกข์แก่ดวงจิตวิญญาณได้ ดวงจิตต้องไปเสวยภพภูมิตามอารมณ์จิตสุดท้ายก่อนตาย และดำรงอยู่เช่นนั้นจวบจนกระทั่งอารมณ์จิตสุดท้ายนั้นอ่อนกำลังลงหรือหมดสิ้นไปเสียก่อน จิตดวงนั้นจึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการตามกฎแห่งกรรม และเมื่อดวงจิตวิณณาณเข้าสู่กระบวนการแห่งการเกิดใหม่ก็อาจนำเอานิมิตนั้นไปกำหนดเป็นแดนเกิดได้โดยง่าย สำหรับผู้ที่ยังอาศัยโลกอยู่ และมีความสุขอยู่บนโลกใบนี้ เราจึงต้องมีความสำนึกในบุญคุณของโลก อย่าได้คิดที่จะเป็นเจ้าของโลก อย่าแสวงหาผลประโยชน์จากโลก และอย่าทำร้ายโลก เพราะโลกมีพระคุณอย่างยิ่งกับเรา แค่เพียงโลกและแม่ธาตุทั้ง 4 ได้อภิบาบรักษาเรา ให้ได้อาศัยอยู่บนโลกนี้อย่างมีความสุข..ก็เป็นพระคุณอันใหญ่หลวงแล้ว จงอย่าลืมว่า..ทุกสรรสิ่งในจักรวาลธาตุ ต่างก็เดินทางเป็นวงกลม คือเริ่มจากจุดเริ่มต้น และแล้วก็หมุนวนกลับมายังจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เสมือนตัวเลขที่เริ่มต้นจากเลข 0 จนถึงเลข 9 แต่พอจะขึ้นเลข 10 กลับกลายเป็นการนำเอาเลข 1 กับเลข 0 มาผสมกัน ดังนั้น ยิ่งเข้าใกล้เลข 9 มากขึ้นเท่าใด ก็เท่ากับเรากำลังเข้าใกล้เลข 0 มากขึ้นเท่านั้น และจะวนเวียนอยู่เช่นนี้ทุกครั้ง ไม่มีวันจบสิ้น เช่นเดียวกับชีวิตมนุษย์ที่ดำเนินอยู่ในวัฏสงสาร ซ้ำแล้ซ้ำเล่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และแล้วก็ตับไป.. ตัวเลขสิบจึงไม่เคยมีปรากฏมาตั้งแต่แรกแล้ว หากต้องการซื้อหนังสือเล่มนี้เป็นจำนวนมากเพื่อใช้ในงานบุญงานกุศล ติดต่อได้ที่
|