![]() |
|---|
วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม 2553 เรื่องที่ 129
อภัยทาน อภัยทานนี้เป็นคุณแก่ผู้ให้ ยิ่งกว่าผู้รับ การให้อภัย เมื่อเกิดขึ้นในใจผู้ใด จะยังจิตใจของผู้นั้นให้ผ่องใส พ้นจากความกลุ้มรุมบดบังของโทสะ
สัตว์ป่าที่ดุร้ายยังเอามาฝึกได้ แล้วทำไมใจมนุษย์ที่ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลาย จะฝึกให้เป็นไปตามปรารถนาที่ต้องการไม่ได้
โกรธแล้วหายโกรธเพราะคิดให้อภัย เป็นการบริหารจิตโดยตรง จะเป็นการยกระดับของจิตให้สูงขึ้น ดีขึ้น มีค่าขึ้น
ภาพความย่อยยับของแผ่นดินไทย จากน้ำมือคนไทยผู้อาศัยแผ่นดินเกิด ปรากฏแก่สายตาคนทั่วโลกด้วยความสลดใจ ใครคือผู้บ่งการระดับตัวพ่อให้ก่อเหตุ เมื่อไหร่กลไกกรรมจะจัดสรรผลการกระทำชั่วให้สาสม เพื่อสั่งสอน และขัดเกลาสันดานให้สำนึกดีชั่วเกิดขึ้นกันบ้าง แค่เพียงคิด คำถามเหล่านี้ ใจก็เหนื่อยแล้ว จิตที่โกรธ ระดับอาฆาต ให้โทษต่อทุกคนที่ยังฝึกยกใจไม่เป็น อย่างนี้นี่เอง การเรียกร้องผู้กระทำผิดให้เกิดสามัญสำนึก น่าจะยากกว่าการฝึก กู้ใจตนเอง เป็นแน่แท้ คงต้องหันมาพึ่งคำกล่าวอันศักดิ์สิทธิ์และทรงพลังของพระพุทธะ โดยขอนำเสนอพระนิพนธ์เรื่อง อภัยทาน ที่ เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ทรงเตือนสติมหาชน มีผู้นำมาบันทึกไว้ใน http://www.sangharaja.org/html/somdet_Rank.asp ความว่า *การรู้จักขอโทษนั้นเป็นมารยาทอันดีงามสำหรับตัวผู้ทำเอง และเป็นการช่วยระงับหรือช่วยแก้โทสะของผู้กระทบกระทั่ง ให้เรียบร้อยด้วยดี ได้ทางหนึ่ง หรือจะกล่าวว่า การขอโทษคือการพยายามป้องกันมิให้มีการผูกเวรกัน ก็ไม่ผิด เพราะเมื่อผู้หนึ่งทำผิด อีกผู้หนึ่งเกิดโทสะ เพราะถือความผิดนั้นเป็นความล่วงเกินกระทบกระทั่งถึงตน แม้ไม่อาจแก้โทสะนั้นได้ ความผูกโกรธหรือความผูกเวรก็ย่อมมีขึ้น ถ้าแก้โทสะนั้นได้ก็เท่ากับแก้ความผูกโกรธหรือผูกเวรได้ เป็นการสร้างอภัยทานขึ้นแทน อภัยทานก็คือการยกโทษให้ คือการไม่ถือความผิดหรือการล่วงเกินกระทบกระทั่งว่าเป็นโทษ อัน อภัยทานนี้เป็นคุณแก่ผู้ให้ ยิ่งกว่าผู้รับ เช่นเดียวกับทานทั้งหลายเหมือนกัน คืออภัยทานหรือการให้อภัยนี้ เมื่อเกิดขึ้นในใจผู้ใด จะยังจิตใจของผู้นั้นให้ผ่องใสพ้นจากความกลุ้มรุมบดบังของโทสะ อันใจที่แจ่มใส กับใจที่มืดมัว ไม่อธิบายก็น่าจะทราบกันอยู่ทุกคนว่าใจแบบไหนที่ยังความสุขให้เกิดแก่เจ้าของ ใจแบบไหนที่ยังความทุกข์ให้เกิดขึ้น และใจแบบไหนที่เป็นที่ต้องการ ใจแบบไหนที่ไม่เป็นที่ต้องการเลย ความจริงนั้น ทุกคนที่สนใจในการบริหารจิต จะต้องสนใจอบรมจิตให้รู้จักอภัยในความผิดทั้งปวง ไม่ว่าผู้ใดจะทำแก่ตน แม้การให้อภัยจะเป็นการทำได้ไม่ง่ายนักสำหรับบางคนที่ไม่เคยอบรมมาก่อน แต่ก็สามารถจะทำได้ด้วยอบรมไปทีละเล็กละน้อย เริ่มแต่ที่ไม่ต้องฝืนใจมากนักไปก่อนในระยะแรก ตัวอย่างเช่น เวลาขึ้นรถประจำทางที่มีผู้โดยสารคอยขึ้นรถอยู่เป็นจำนวนมาก หากจะมีผู้เบียดแย่งขึ้นหน้าทั้งๆ ที่ยืนอยู่ข้างหลัง ถ้าเกิดโกรธขึ้นมาไม่ว่าน้อยหรือมาก ก็ให้ถือเป็นโอกาสอบรมจิตใจให้รู้จักอภัยให้เขาเสีย เพราะเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรถือโกรธกันหนักหนา เป็นเรื่องเล็กน้อยเหลือเกิน ควรจะอภัยให้กันได้ แต่บางทีถ้าไม่ตั้งใจคิดเอาไว้ก็จะไม่ทันให้อภัย จะเป็นเพียงโกรธแล้วจะหายโกรธไปเอง โกรธแล้วหายโกรธเอง กับโกรธแล้วหายโกรธเพราะให้อภัย ไม่เหมือนกัน โกรธแล้วหายโกรธเองเป็นเรื่องธรรมดา ทุกสิ่งเมื่อเกิดแล้วต้องดับ ไม่เป็นการบริหารจิตอย่างใด แต่โกรธแล้วหายโกรธเพราะคิดให้อภัยเป็นการบริหารจิตโดยตรง จะเป็นการยกระดับของจิตให้สูงขึ้น ดีขึ้น มีค่าขึ้น ผู้แลเห็นความสำคัญของจิตจึงควรมีสติทำความเพียร อบรมจิตให้คุ้นเคยต่อการให้อภัยไว้เสมอ เมื่อเกิดโทสะขึ้นในผู้ใดเพราะการปฏิบัติล่วงล้ำก้ำเกินเพียงใดก็ตาม พยายามมีสติพิจารณาหาทางให้อภัยทานเกิดขึ้นในใจให้ได้ ก่อนที่ความโกรธจะดับไปเสียเองก่อนทำได้เช่นนี้จะเป็นคุณแก่ตนเองมากมายนัก ไม่เพียงแต่จะทำให้มีโทสะลดน้อยลงเท่านั้น และเมื่อปล่อยให้ความโกรธดับไปเอง ก็มักหาดับไปหมดสิ้นไม่ เถ้าถ่านคือความผูกโกรธดับไปเอง ก็มักหาดับไปหมดสิ้นไม่ เถ้าถ่านคือความผูกโกรธมักจะยังเหลืออยู่ และอาจกระพือความโกรธขึ้นอีกในจิตใจได้ในโอกาสต่อไป ผู้อบรมจิตให้คุ้นเคยอยู่เสมอกับการให้อภัย แม้จะไม่ได้รับการขอขมา ก็ย่อมอภัยให้ได้ ในทางตรงกันข้าม ผู้ไม่เคยอบรมจิตใจให้คุ้นเคยกับการให้อภัยเลย โกรธแล้ว ก็ให้หายโกรธเอง แม้ได้รับการขอขมาโทษ ก็อาจจะไม่อภัยให้ได้ เป็นเรื่องของการไม่ฝึกใจให้เคยชิน อันใจนั้นฝึกได้ ไม่ใช่ฝึกไม่ได้ ฝึกอย่างใดก็จะเป็นอย่างนั้น ฝึกให้ดีก็จะดี ฝึกให้ร้ายก็จะร้าย สัตว์ป่าที่ดุร้ายยังเอามาฝึกให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ฝึกได้ เช่น ช้างก็ยังเอามาฝึกให้ลากซุงได้ เสือ หมี สิงโต ก็ยังเอามาฝึกให้เล่นละครสัตว์ได้ ไม่ต้องพูดถึงสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขที่ฝึกให้เลี้ยงเด็กได้ ช่วยจับผู้ร้ายได้ นำทางคนตาพิการก็ได้ แล้วทำไมใจของมนุษย์แท้ๆ ที่ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลาย จะฝึกให้เป็นไปตามปรารถนาต้องการไม่ได้ การฝึกสัตว์ทั้งหลายดังกล่าวแล้ว ผู้ฝึกต้องใช้ความมานะพากเพียรเป็นอันมากกว่าจะได้รับผลสำเร็จ การฝึกใจก็ต้องใช้ความมานะพากเพียรอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน จึงจะปรากฏผลประจักษ์แก่ใจตนเองเป็นลำดับ เป็นขั้นไป* หากอ่านบทความข้างต้นแล้วยังยกเครื่องใจไม่สำเร็จ ลองพิจารณาหนังสืออีกสักเล่มซิค่ะ เมื่ออ่านจบ อาจพลิกมุมคิดให้กลับขั้ว ลดละปลดวาง ประคองรักษาใจได้ดีขึ้นอย่างชนิดอาจเห็นความเปลี่ยนแปลงในใจตนเองได้เลยทีเดียว ไม่รอใครบอก หนังสือ จิตตนคร เป็นพระนิพนธ์ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ประทานอนุญาตให้ สำนักพิมพ์ธรรมดา พิมพ์จำหน่ายในราคาย่อมเยา อาศัยกลไกการตลาดระดับต้นทุน เพื่อขับเคลื่อนการเผยแผ่ ในวงกว้างให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมเนื้อหา 334 หน้า ราคา 165 บาท วางจำหน่ายทั่วไป และที่มุมขายหนังสือของโครงการผู้จัดการสุขภาพ บ้านพระเจ้าพระยา ข้างๆ สวนสันติชัยปราการ ถนนพระอาทิตย์ ก็มีค่ะ เนื้อหาทั้ง 92 หัวข้อ ประกอบด้วย จิตตนคร นครหลวงของโลก/ลักษณะจิตตนคร/ ภัยแห่งจิตตนคร/ผังเมืองแห่งจิตตนคร/ ระบบสื่อสารแห่งจิตตนคร/ ชื่อเจ้าเมืองแห่งจิตตนคร/ ลักษณะเจ้าเมืองจิตตนครและทวารเมือง/ เพื่อนคู่หูของเจ้าเมืองจิตตนคร/ ลักษณะของเพื่อนคู่หู/ หัวโจกของเพื่อนคู่หูและลูกมือ/ หัวไม้อีก 16 คน ของเพื่อนคู่หู/ เครื่องปกปิดสัจจะในข่าวสาร ตัณหาร้อยแปด/สมุทัยใส่ความหวัง บังทุกข์ เก็บปัญญา/ ลักษณะอารมณ์ เครื่องมือสมุทัย/จิตตนคร เมืองภาพยนตร์/ยาเสพติด สัตว์ 6 ชนิด/ สมุทัยรักษาพืชพันธุ์แห่งมนุษย์และสัตว์/ คู่บารมีของนครสามี/ธรรมะสำหรับผู้ปกครอง/พระบรมครูผู้ไม่มีกาล ระยะ ระดับ ขนาด/ คู่บารมีแนะนำให้ใช้ศีล หิริ โอตัปปะ/ ศีลวินัยรักษาไตรทวาร หิริโอตตัปปะเป็นนครบาล/ วันขึ้นปีใหม่ในจิตตนคร/ สมุทัยยึดไตรทวารให้ทุจริต/ ศีลและหิริโอตตัปปะกลับเข้ารับหน้าที่ และเพิ่มกำลัง/ คู่อาสวะ/จิตตนคร เมืองต้นแบบ/ศาสนาในจิตตนคร/ พระมหาสัตว์ผจญมาร/พระมหาสัตว์ชนะมารและตรัสรู้/จิตตนครมีสองศาสนา/ ผู้นำศาสนาทั้งสองเข้าไปตั้งในจิตตนคร/ ความแตกต่างแห่งสองศาสนา/ ในจิตตนครมีเสรีภาพเต็มที่ในการถือศาสนา/ สวรรค์ชั้น 6/ เมืองที่มีปฏิวัติรัฐประหารกันบ่อยที่สุด/หน้าที่ของคู่อาสวะ/ เพื่อนสนิทของคู่อาสวะ/ อนุสัย-ต้นตระกูลของหัวโจกทั้ง 3/ อัธยาศัย 10 ประการของคู่บารมี/ คู่อาสวะได้โอกาศที่จุดบกพร่อง/ อารมณ์-กามฉันท์/ พยาบาท/อโยนิโสมนสิการ/ โขนโลกโรงใหญ่/จิตตภาวนา/อูฐผู้ก้าวหน้า/ ปัญหา 4 ข้อ/นครชายแดน/ โยนิโสมนสิการ อสุภนิมิต/ เมตตาเจโตวิมุตติ/อาโลกสัญญา/ อานาปานสติ/โยนิโสมนสิการ กุศล อกุศล/ อุปมา 5 ข้อ/ สมุทัยซบเซา/กลวิธีของสมุทัย/ เห็นโซ่เป็นสร้อย/ สังโยชน์ 10/ ไตรภูมิโลก/ นายช่างผู้ออกแบบและสร้างไตรภูมิ/ วัฏฏะ/มายา/ ภูเขาวงแหวน/ เริ่มอาการแปรปรวนในจิตตนคร/ ลักษณะนครสามีเปลี่ยนไป/ สมุทัยฉวยโอกาส/ กองทัพใหญ่สังโยชน์เดินสวนสนาม/ เสียงเรียกร้องกองทัพใหญ่มรรค/ปฏิบัติตามพุทธปฏิปทา/ กองทัพใหญ่มรรคเตรียมแสดงกำลัง/ เริ่มการแสดงกำลังด้วยอิทธิแห่งธาตุ 4/ ดักใจในปัญหาตัวเรา โดยแสดงภาพอบายภูมิ/ ดักในในปัยหาตัวเรา โดยแสดงภาพสวรรค์/ ตัวเรา บ่ายหน้าสู่คติที่จะไปเกิด/ ทุกคนสร้างหรือเปลี่ยนคติภายหน้าของตนได้/ สิ้นสงสัยในชาติและกรรมทั้ง 3 กาล/ กองทัพใหญ่มรรคแสดงกำลัง/อนุปุพพปฏิปทา/ ชาวจิตตนครถึงไตรสรณคมน์ เห็นสัจจะของสมุทัย/ จิตตนครตึงเครียดคับขันที่สุด โรงงานสังกัดธาตุทั้ง 5/ โรงงานเก่าแก่ชำรุดผลิตของไม่ดีออกมา/ สิ่งประกอบเป็นจิตตนครและระบบงาน/ ระบบงาน และพยาธิภัยเกิดผสม/ สมุทัยประชุมวางแผนชั้นสุดท้าย นครสามีเห็นภัยเฉพาะหน้า/ คู่บารมีแนะนำบุญกิริยา/เชิญทูตทั้งคู่เข้าเมือง เสนอพุทธสาสน์/ นครสามีอ่านพุทธสาสน์แล้วเพ่งพินิจคู่ทูต/ กองทัพใหญ่ทั้ง 2 ต่อสู้กัน นครสามีได้ธรรมจักษุ/กองทัพน้อยสังโยชน์ทั้ง 3 ถูกเผาพินาศ/ สมุทัยขอพักรบ/ อวสานแห่งจิตตนคร นครสามีกับคณะ อพยพออกไปสู่แดนเกษม/ พรส่งท้าย* เห็นไหมค่ะ การจะผุกเรื่องจิตและธรรมะเกี่ยวกับจิตในแง่มุมต่างๆ ออกมาทำนองบุคคลาธิษฐาน ด้วยการใช้ถ้อยคำง่ายๆ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งและรู้หลักในการปฏิบัติจิตจริงๆ เท่านั้น จึงจะทำสำเร็จได้ พระนิพนธ์เรื่องนี้ ถือเป็นวิธีอธิบายคำสอนของพระพุทธศาสนาที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนแและทำความเข้าใจได้ยาก ให้อ่านง่าย เข้าใจได้ง่าย เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน จึงนับเป็นพระนิพนธ์ชั้นเลิศและยังแสดงถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านทั้งทางด้านปริยัติและการปฏิบัติภาวนา จึงรู้สึกสำนึกในพพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างสูง ที่ทรงประทานอนุญาตให้มีการจัดพิมพ์พระนิพนธ์นี้ ออกเผยแผ่ต่อสาธารณชน เพื่อให้ได้รับประโยชน์ในวงกว้าง หวังว่า ผู้มีโอกาสได้อ่าน คงสามารถใช้เป็นตัวช่วยในการพัฒนาจิต ยกใจ ให้ชนะอารมณ์ทั้งปวง จากเหตุการณ์วิกฤตต่างๆ รอบด้านที่เข้ามากระทบได้ ละครฉากเดียว ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แม้ชีวิตจะมีละครหลายฉาก แต่ทุกฉากก็มีเวลาจบ สำคัญอยู่ที่ทั้งผู้ร่วมแสดงและเฝ้าดู จบกันเป็นหรือไม่ ปลงใจกันเป็นหรือเปล่า กับสิ่งที่จิตเคยผูกติด หากยังยึดและแบกอารมณ์ผิดปกติ ไปก่อเวรผูกกรรมกันต่อ ยังอยากเล่นบทเป็นนักแสดงแกนนำกันอยู่ ตายไป นรกจะเปิดรอ รับรองว่าจะได้เล่นกันในฉากใหญ่ แสดงต่อ แบบ Non Stop ไม่ต้องไปผุดไม่ต้องไปเกิดกันเลยทีเดียว จนกว่าจะถึงยุคไฟบัลลัยกัลป์ หรือจนกว่ากมลสันดานของตนจะกลายพันธุ์ ..
|