วันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2550

ชีวิตพลิกได้ ด้วยตัวคุณ


ค้นหาตนเองจากบุคลิกภาพพื้นฐาน 4 แบบ

นักอนุรักษ์ นักผจญภัย นักคิด และ นักสร้างสัมพันธ์


     ในกิจกรรมส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และปฏิบัติธรรมแนวสติปัฏฐาน 4 ที่ชมคมคนรู้ใจ จัดขึ้นทุกวันอังคารและวันพุธ ตั้งแต่ 1800-20.30 น. ณ หอประชุมพุทธคยา ชั้น 22 อาคารอัมรินทร์พลาซ่า โดยมี เกียรตินาคินกรุ๊ป ดีซี คอนซัลแตนส์ และสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ร่วมให้การสนับสนุนด้านอาหาร สถานที่ พร้อมกำลังคนอำนวยความสะดวกรอบด้านนั้น ผู้เขียนซึ่งหากไม่ติดกิจธุระอื่น ก็จะไปช่วยงานตามปกติ โดยมีทีมงาน อาสาสมัครจากสมาชิกชมรมฯ มาเสริมพลังเพื่อร่วมขับเคลื่อนกงล้อธรรมจักรให้มั่นคงสมสมัยอย่างน่าชื่นใจ

     วันนี้ ขอคัดย่อข้อความจาก www.konrujai.net มาให้อ่าน ที่กลุ่มธรรมทูตได้ถอดความมาจากคำบรรยายเรื่อง ชีวิตพลิกได้ด้วยตัวคุณ ของ นายแพทย์ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล ซึ่งสละเวลามาให้ความรู้เมื่อวันอังคารที่ 31 กรกฎาคม 2550 โดยคำแนะนำของ คุณรัศมี มณีนิล ดีเจสาวจาก 99 BookMark ทุกเสาร์-อาทิตย์ 09.00-10.00 น. ทาง FM 99. 0 Mhz . ขอเริ่มเรื่องเลยนะคะ....

      *ทางจิตวิทยาการแพทย์พบว่า บุคลิกพื้นฐานหรือแนวโน้มตามธรรมชาติของคนถูกกำหนดโดยพันธุกรรม และจะเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่อายุประมาณ 3 ขวบ ใครที่มีลูกหลายคนก็คงจะเห็นว่า ลูกๆ แต่ละคนมีนิสัยหรือบุคลิกต่างกัน

      คุณหมอประเวช ได้กล่าวถึงแนวโน้มตามธรรมชาติที่เป็นคู่ตรงข้ามกัน 4 คู่ ได้แก่ การเป็นคนชอบสันโดษ กับการเป็นคนชอบสังคม การเป็นนักคิดกับการเป็นนักปฏิบัติ การเป็นผู้ชอบใช้เหตุผลกับการเป็นผู้ถนัดใช้ความรู้สึก ฯลฯ

      คนส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่เป็นคู่ตรงข้ามเหล่านี้ผสมกันไป ทั้ง 2 ลักษณะ แต่มักจะมีด้านใดด้านหนึ่งมากกว่า ซึ่งถือเป็นแนวโน้มตามธรรมชาติของคน ซี่งเมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกันก็สามารถจำแนกคร่าวๆ ออกมาเป็นบุคลิกภาพพื้นฐาน 4 กลุ่ม คือ นักอนุรักษ์ นักผจญภัย นักคิด และ นักสร้างสัมพันธ์

     นักอนุรักษ์
เป็นคนยึดมั่นในกฎกติกา ขนบธรรมเนียมประเพณี ระเบียบขั้นตอน สายการบังคับบัญชาและระบบอาวุโส ต้องการความมั่นคง แน่นอน สม่ำเสมอ นักอนุรักษ์ที่พัฒนาตนเองแล้วจะเป็นคนมีความรับผิดชอบ ให้ความร่วมมือในการทำงาน ต้องการทำงานเพื่อประโยชน์ของสังคม ส่วนนักอนุรักษ์ที่ยังไม่พัฒนาจะยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวยาก ขาดความยืดหยุ่น

      นักผจญภัย ชอบทำอะไรที่ไม่มีกฎเกณฑ์ ขั้นตอน หรือการวางแผนล่วงหน้า รักการเปลี่ยนแปลงและความแปลกใหม่เร้าใจ คิดเร็วทำเร็ว เน้นความสำเร็จในงาน นักผจญภัยที่พัฒนาแล้วจะทำงานเร็ว ปรับตัวเก่ง เป็นนักสังเกตพฤติกรรมคน มีความสามารถในการเจรจาต่อรองและอ่านสถานการณ์รอบตัว มองเห็นโอกาสและใช้โอกาสนั้นได้ดี จัดการกับปัญหาอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น กล้าได้กล้าเสีย นักผจญภัยที่ยังไม่พัฒนาจะทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ขี้เบื่อ ขาดความรอบคอบ

     นักคิด เป็นคนเจ้าความคิด รักอิสระ ใฝ่รู้ มีพลังในการหาความรู้ มีมาตรฐานสูง มองสิ่งต่างๆ อย่างรอบด้าน คิดวิเคราะห์ได้อย่างเป็นระบบ มีวิสัยทัศน์ เข้าใจสิ่งที่ซับซ้อนได้ดี ชอบสิ่งท้าทาย รับฟังคำวิจารณ์ได้ดี จุดอ่อนคืออาจมีปัญหาในการถ่ายทอดความคิดของตนเองแก่ผู้อื่น มองข้ามรายละเอียด ท้าทายกฎเกณฑ์ ไม่อดทนกับคนที่ตามความคิดตนไม่ทัน

     นักสร้างสัมพันธ์ ใส่ใจทุกข์สุขของคนรอบข้าง สนใจเรียนรู้ตนเองและธรรมชาติของคนรวมทั้งการพัฒนาคน มีความสามารถในการสื่อสาร กระตุ้น จูงใจ คำนึงถึงผลกระทบต่อคนอื่น แก้ไขความขัดแย้งระหว่างคนได้ดี นักสร้างสัมพันธ์ที่พัฒนาแล้วจะรู้จักรับฟังผู้อื่น ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ถ้ายังไม่พัฒนาจะถูกชักจูงได้ง่าย โลเล ผูกพันกับปัญหามากจนไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นกลาง และอาจมีความคิดเชิงอุดมคติมากไป

     
ในสังคมเราจะพบคนทั้ง 4 แบบปะปนกันไป บางคนอาจมีหลายลักษณะในตัวเอง ซึ่งแต่ละลักษณะก็มีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี เหมือนคนเราที่มีความซับซ้อน ไม่ได้ขาวจัดดำจัด อย่างไรก็ตาม นิสัยพื้นฐานไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะเมื่อคนเราเติบโตขึ้นก็จะพบกับความคาดหวังและการอบรมกล่อมเกลาทางสังคม ซึ่งทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนบุคลิกหรือพฤติกรรมของตัวเอง เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างเป็นสุข ความเปลี่ยนแปลงนั้นยังอาจเกิดจากบทบาทในหน้าที่การงาน ความจำเป็นหรือสถานการณ์วิกฤต ตลอดจนความเข้าใจชีวิตที่มีมากขึ้นตามวัย


     การเข้าใจถึงข้อดีข้อเสียของตัวเองนอกจากจะทำให้เรารู้ว่าจะพัฒนาตนเองต่อไปอย่างไรแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ในการทำความเข้าใจคนรอบข้างได้อีกด้วย การตระหนักว่าแต่ละคนมีความแตกต่างจากเรา มีจุดดีจุดด้อยต่างกันไป จะช่วยให้เรายอมรับเขาได้มากขึ้นและจัดการความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในองค์กรต่างๆ ที่แน่นอนว่าต้องมีคนหลายประเภทมาอยู่รวมกัน ผู้ที่เป็นหัวหน้าหรือผู้นำองค์กรจำเป็นจะต้องเข้าใจลักษณะของคนแต่ละประเภท แล้วสนับสนุนให้แต่ละคนได้ใช้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่และมีโอกาสพัฒนาตนเอง เพื่อความสำเร็จของงานและองค์กรในที่สุด*

     ค่ะ แม้คุณหมอจะไม่สามารถปลีกเวลามาเป็นผู้นำกลุ่มกิจกรรมได้อีก เพราะงานรัดตัว แต่ท่านก็ได้อนุเคราะห์ผู้สนใจให้อ่านเพื่มได้จาก www.rakmyself.com

     
ขอขอบคุณทุกเครือข่ายคุณธรรมที่ได้จัดส่งหนังสือธรรมะมาเพิ่มเสริมให้โครงการเติมใจให้กัน มีทุนขับเคลื่อนงานทักถอความห่วงใยด้วยการแบ่งปันต่อไปได้อีก 2900 เล่ม คือ วิถีแห่งความรู้แจ้ง กับ แด่เธอผู้มาใหม่ โดย พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช และ หัดรู้ หัดดู โดย อาจารย์ สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒน์ อย่างละ 500 เล่ม รวม 1500 เล่ม จาก ห้องสมุดบ้านอารีย์ / ขัดที่ใจ กับ พลังใจ โดย หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ และ ดับได้ สุขหนอ กับ โฆสกเศรษฐี อย่างละ 300 เล่ม รวม 1200 เล่ม จาก สถานีวิทยุสังฆทานธรรม FM 89.25 Mhz. คลื่นขาวของชาวพุทธ / ธัมมะในลิขิต โดย ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน 200 เล่ม จาก พรีม่าพลับบลิชชิ่ง

     
ทั้งกำลังจะมี ตื่นรู้ที่ภูหลง โดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล กับ การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ตามมาอีก ประมาณ 500 เล่ม จากกลุ่มที่ร่วมจัดพิมพ์หนังสือคุณภาพกับคุณอโณทัย เจียรสถาวงศ์ และคุณเสือน้อย ขออนุโมทนาบุญล่วงหน้าค่ะ

      สำหรับหนังสือที่เครือข่ายโครงการเติมใจให้กันได้จัดส่งไปเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ คือ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งแจ้งยอดขอมาเฉพาะครั้งแรกนี้ เพื่อนำไปวางไว้ในห้องพักผู้ป่วยใน 200 ห้อง +30 ห้องพักส่วนกลางของผู้ป่วยนอก รวมหนังสือธรรมะที่ส่งมอบ 230 X 5 ปก=1150 เล่ม หนังสือทั้ง 5 ปก คือ หลวงปู่ฝากไว้/วิถีแห่งความรู้แจ้ง/ทุกข์สำหรับเห็น สุขสำหรับเป็น/ในหลวงในรอยธรรม และ ใหม่แกะกล่อง

     ขอขอบคุณ คุณพริ้มเพรา สาครชัยพิทักษ์ พยาบาลระดับ 6 ผู้เป็นธุระช่วยประสานงานให้ในครั้งนี้

 

     สำหรับผู้ที่ต้องการนำหนังสือไปบริจาคเพื่มเติม ติดต่อบริจาคโดยตรงได้ที่
    โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตึกอำนวยการ ฝ่ายเลขานุการ
     c/o คุณรัตนา ศรสงคราม ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านบริหาร
    
โทร.02-256-4376 และ 02-256-4229