วันอังคารที่ 18 ตุลาคม 2554

เรื่องที่ 199

เล็กน้อยแต่ไม่จิ๊บจ๊อย



ในโลกที่พร้อมจะกลับตาลปัตร
ไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน สุขภาพ ความสัมพันธ์
ความสำเร็จเท่านั้น ที่อาจพลิกผัน
การเตรียมใจพร้อมเผชิญกับเรื่องร้าย
ถือเป็นความไม่ประมาทอย่างหนึ่ง
ที่ต้องบำเพ็ญอยู่เสมอ

      ปัญหาน้ำท่วมทั่วไทยต่อเนื่องยาวนาน อาจส่งผลให้ผู้ติดตามข่าวรู้สึกหดหู่จนซึมเศร้าเรื้อรังได้ แม้ในมุมร้ายจะมีมุมดีๆ ให้มองเห็นอยู่ด้วย แต่ก็ต้องอาศัยปรับวิธีมองให้เห็นเช่นกัน

     ยกตัวอย่างในความมีน้ำจิตน้ำใจช่วยเหลือสงเคราะห์กันของผู้มีจิตสูง ย่อมเป็นใบบุญติดอยู่ในใจตนเองและผู้เกี่ยวข้อง หากการสงเคราะห์นั้น เป็นไปด้วยความเต็มใจ ความเอื้ออาทรแท้จริง มิใช่ด้วยใจที่มุ่งทำเพราะรู้สึกเสมือนเป็นหน้าที่ที่ถูกบีบบังคับ หรือจำใจต้องทำเพียงเพื่อรักษาหน้าตนเองให้ดูดี ไม่เป็นแกะดำในหมู่หงส์ขาว

     เท็จจริงจะเป็นเช่นไร แต่การแกล้งทำความดี ก็ยังดีกว่าไม่ทำเสียเลย ส่วนความดีนั้นจะเหลือดีเพียงใดขึ้นอยู่กับความชำนาญในการรู้จักปรับน้ำใสใจจริง ของตน ส่วนผู้ดูผู้มองจะได้อะไรจากการเห็น ก็ต้องปรับใจในการจดจำเช่นกัน

     พระอาจารยไพศาล วิสาโล เคย เขียนบทความไว้ใน Life & Family เมษายน 2546 ที่ สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา นำมารวบรวบเป็นหนังสือเล่มชื่อ เล็กน้อย แต่ไม่จิ๊บจ๊อย ว่า

     *คนเราเมื่อโกรธแล้วมักลืมตัว บ่อยครั้งก็เผลอประจานตัวเองให้คนเห็น ความโกรธไม่เป็นประโยชน์ต่อใคร ไม่ว่าเราหรือคนที่เราโกรธ แต่บางครั้ง ทั้งๆ ที่รู้ว่าความโกรธนั้นไม่ดี เราก็ปล่อยให้มันคาใจเราต่อไป เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรกับมันดี

     ความโกรธนั้นเหมือนกับไฟ จะดับไฟต้องใช้น้ำ น้ำที่จะดับไฟโกรธได้ ก็คือเมตตาหรือความปรารถนาดีนั่นเอง แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจยากที่จะเมตตาผู้ที่ทำร้ายเรา แต่อย่าลืมว่า คนที่จะได้รับอานิสงส์จากเมตตาเป็นคนแรกคือเรา เมตตานำความชุ่มชื่นใจมาให้เรา และช่วยให้เราเลิกทำร้ายตนเองด้วยการสุมไฟเผาลนจิตใจ

     ยามเกิดทุกข์ภัย รู้สึกใจตก และโกรธสถานการณ์แวดล้อม จงอย่าสิ้นหวัง แต่จะหวังอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะร้ายมิได้เปลี่ยนเป็นดีด้วยความบังเอิญ หากเปลี่ยนไปเพราะมีเหตุปัจจัยต่างๆ มาผลักดัน จึงต้องทำเหตุปัจจัยดีๆ ด้วยความเพียรพยายาม ไม่งอมืองอเท้า เพราะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเปลี่ยนชีวิต แต่เมื่อสมหวังดังใจแล้ว ก็ต้องไม่ประมาท เพราะดีสามารถกลับกลายเป็นร้ายได้ทุกเมื่อ ดังนั้น ความไม่ประมาทจึงหมายถึงการพยายามดูแลสร้างสรรค์ให้เหตุปัจจัยฝายดีมีอยู่ต่อไป และมีมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็พยายามป้องกันมิให้มีเหตุปัจจัยฝ่ายร้ายเกิดขึ้น หรือถึงเกิดขึ้นก็ทำให้น้อยลง

      อย่างไรก็ตาม ในโลกนี้เราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ มีหลายอย่างที่อยู่นอกเหนืออำนาจของเรา เช่น มลพิษรอบตัวซึ่งเป็นโทษต่อสุขภาพ อุบัติภัยต่างๆ ที่อาจทำให้ชีวิตพลิกผัน เราจึงต้องเตรียมทำใจไว้ด้วย การเตรียมใจพร้อมเผชิญกับเรื่องร้ายถือเป็นความไม่ประมาทอย่างหนึ่งที่ต้องบำเพ็ญอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายที่เกิดกับตัวเราเองหรือกับคนที่เรารักก็ตาม*

      ในโลกที่พร้อมจะกลับตาลปัตร ไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน สุขภาพ ความสัมพันธ์ ความสำเร็จเท่านั้นที่อาจพลิกผัน แม้กระทั่งความนิยม ความชื่นชม ความเชื่อถือ ก็พร้อมจะแปรเปลี่ยนเช่นกัน การด่วนสรุปและตัดสินตลอดจนการยึดความคิดเห็นว่าอะไรดี อะไรเลว อย่างไม่ลืมหูลืมตา ย่อมทำให้เราทุกข์ เพราะจิตจะมีสภาพไม่ต่างจากเรือลำน้อยที่กำลังขวางกระแสน้ำเชี่ยว รังแต่จะถูกน้ำซัดจนพลิกคว่ำ

     การนำเรือไปขวางน้ำย่อมเป็นอันตราย แต่ถ้าปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาไปตามยถากรรม เรือก็อาจไปชนเกาะแก่งได้ ดังนั้น จึงจำต้องรู้จักคัดท้ายพายเรือด้วย เพื่อให้กระแสน้ำพาไปยังจุดหมายปลายทาง

     หากคิดจะอยู่แบบอาศัยในโลกนี้ได้อย่างปลอดภัยและเป็นสุข จึงต้องรู้เท่าทันและรู้จักใช้กระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงให้เป็นประโยชน์ เริ่มจากเปลี่ยนกระแสความคิด การเพ่งโทษ และการกระทำตามความเคยชิน ให้เป็นการเห็นประโยขน์แห่งการเกื้อกูล เพราะผู้ที่กำลังทุกข์และเดือดร้อน คือฐานสำคัญของการสร้างบารมีของผู้ต้องการมีคุณธรรมนำจิตใจตนเองให้พ้นจากความทุกข์