วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2550

สุขาใจ กับ ความเป็นไทในเอกภพ


แม้เราจะเลือกทางตายไม่ได้ แต่เราก็เลือกทางเกิดได้


      ในช่วงจำเป็น ต้องแบ่งเวลาเจริญสติดูจิต มาจดจ่อใช้ความคิดเพื่อทำงานตามหน้าที่ขีดๆ เขียนๆ ท่ามกลางเพื่อนนักข่าวและคอลัมนิสต์ทั้งหลาย จิตซุกซนก็แวบคิดไปถึงเรื่องขำๆ จากการฟังธรรมที่ พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก แห่งวัดสุนันทวนารามเมตตามาแสดงที่ ชมรมคนรู้ใจ ชั้น 22 อมรินทร์พลาซ่า เมื่อราววันพุธกลางเดือนว่า

ท่านตั้งใจมาชวนญาติโยมสร้างสุขา ทีแรกก็เดาเอาว่า น่าจะเป็นสุขาเคลื่อนที่ เพราะท่านมาไกล มาจากจังหวัดกาญจนบุรี แต่ที่ไหนได้ ไม่ได้ไกลเกิน ใกล้นิดเดียว สร้างสุขาไว้ในใจของแต่ละคนนี้แหละ เพื่อเอาไว้เป็นที่แยกเก็บสารพัดขี้ ป้องกันการก่อพิษส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว

     ขี้ที่ควรเก็บไว้ในสุขาใจ เช่น ขี้บ่น ขี้เบื่อ ขี้โกรธ ขี้เกียจ ขี้เก๊ก ขี้งก ขี้เหงา ขี้งอน ขี้น้อยใจ ขี้อิจฉา ...(ใครนึกออกอีก ก็ช่วยเติมคำในช่องว่างให้ด้วย ขอบคุณค่ะ)

      แม้บรรดาสารพัดขี้เหล่านั้น จะเป็นสภาวะพิษที่ฟังแล้วน่ารังเกียจ แต่เราก็สามารถนำมาเป็นอุปกรณ์ในการเจริญอุเบกขาได้ ดังที่ พระอาจารย์พิพัฒน์ ปวฑฺฒโน ได้ให้ข้อคิดไว้ในการบรรยายธรรม เรื่อง ความตายใกล้นิดเดียว ในธรรมะจัดสรร-สัญจร ครั้งที่ 3 ของสถานีวิทยุสังฆทานธรรม ณ หอประชุมพุทธคยา เมื่อวันอังคารกลางเดือนที่ผ่านมา ท่านเปิดผนึกบันทึกความจำจากคำสอนของหลวงปู่สังวาลย์ว่า จะทำอะไรก็ให้มีสมาธิตั้งมั่นปานกลาง กอร์ปด้วยสติอยู่เสมอ แม้จะมีอะไรจรมากระทบ จงอย่าเชื่ออารมณ์ ให้ฝึกรู้เฉย ไม่ปรุงต่อ เพียงเท่านี้ หากทำบ่อยๆ โสดาบันก็เป็นที่หวังได้

      การหมั่นศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้บ้าง จะช่วยให้เรารู้จักและเข้าใจความทุกข์ของชีวิตตามความเป็นจริง ถ้าศรัทธาหลักธรรม และปฏิบัติตามจริงๆ ด้วย ขยันลดละ ขจัดกิเสส ไม่สะสมพอกพูน จะช่วยให้ชีวิตโปร่ง เบา เป็นไทยิ่งขี้น จางจากภาระและสิ่งหมักหมมกังวลใจ

                                                                                                    ยามใดที่กิเลสเตะลูกล้ำหน้า ใจเริ่มสัดส่ายสับสน ฐานเก่าของใจที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ย่อมส่งสัญญาณแห่งสมณะสัญญามาเตือน ให้ดึงใจกลับ ก่อนที่กิเลสจะยิงประตู ได้แต้ม                                                                                 

      การรู้จักเลือกคบกัลยาณมิตร ก็เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญยิ่ง ควรมีไว้คอยเตือนว่า สิ่งใดควรหรือไม่ควร การมองผ่านมุมของคนนอก ย่อมจับผิดข้อบกพร่องได้ชัดขึ้น โดยไม่เข้าข้างตนเอง

     อย่าหลงเพลิน ปล่อยตัวเป็นหนูถีบจักร ต้องขยันหมั่นแต่งตัวตุ๊กตาใจให้งดงามด้วยกุศลอยู่เสมอ เลือกทำแต่กรรมดี ตามสมควรแก่ธรรม ทำไปตามโอกาส ที่เหตุปัจจัยเปิดทาง ทำดีแบบระวังไม่ให้ติดดี ทำดีไปพร้อมๆ กับการลดละ สละวางในทุกสิ่ง

     เตรียมให้พร้อมเสมอ เช่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางกาย แพทย์ห้องฉุกเฉิน จะสั่งให้ตรวจครบชุด ABC คือ A = Air Way ว่าติดขัดหรือไม่ B คือ Breathing ว่ายังหายใจอยู่หรือเปล่า และ C คือ Circuration การไหลเวียนของเลือดว่าเป็นอย่างไร

      ส่วน ABC ทางใจ ต้องตรวจสอบ ฝึกซ้อมเสมอ ไม่ต้องรอเฉพาะตอนฉุกเฉิน จะไม่ทันการ A คือ อานาปนสติ B คือ Buddha และ C คือ Conciousness เจริญสติ มีจิตระลึก สำนึก ในกุศล

                                                  คนธรรมดาอย่างเราๆ แม้จะไม่สามารถรู้วันตายได้ และไม่สามารถเลือกทางตายได้ แต่เราทุกคนก็สามารถเลือกทางเกิดได้                                         

      สรุปการแสดงธรรมแบบมีไมตรีจิต พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล ได้เสริมปิดท้าย โดยชี้ให้เห็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่างไอน์สไตล์ ค้นพบ ว่า แท้ที่จริงแล้ว มนุษย์เป็นเพียงจุดเล็กๆ จุดหนึ่งเท่านั้นในเอกภพ ที่เขากล่าวเช่นนี้เพราะ เขายังไม่มีโอกาสศึกษาธรรมะจากพระพุทธะ แต่พวกเรามีโอกาสศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมคำสอน เพื่อพิสูจน์ให้รู้ว่า แท้จริงแล้ว แม้จุดเล็กๆ ที่ว่าไว้นั้น มีหรือไม่ ?

                         จงอย่าประมาท พอใจอยู่เพียงแค่ความเป็นใหญ่ในตัวเอง โดยเข้าใจว่าตนมีความเป็นอิสระแล้ว เพราะยังมีผู้ค้นพบความเป็นเอกเทศอื่นอยู่อีกในเอกภพแห่งความไม่มีอะไร ที่เรายังไปไม่ถึงนี้                     

 

 

 

 

 

 

 

  

website statistics