heading

 

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2552

เรื่องที่ 79

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่

 

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่คือ ชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวตที่ยิ่งใหญ่
ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น

 

     มีผู้ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มา เป็นเชิงให้หยั่งเสียงโหวตในใจว่า ..
ทุกวันนี้ เรามีความเน่าในสะสมโดยไม่รู้คิดกันบ้างหรือเปล่า ลองพิจารณาจากบทความ มันฝรั่ง ดูนะคะ แม้จะเป็นเรื่องของคุณครูสอนเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่ตัวโตๆ ก็น่าคิดนะคะ

     *คุณครูในโรงเรียนสอนเด็กอนุบาลแห่งหนึ่ง ตัดสินใจจะให้เด็กนักเรียนในชั้นของเธอได้เล่นเกมเกมหนึ่ง เธอให้เด็กนักเรียนแต่ละคนในชั้นนำมันฝรั่งใส่ถุงพลาสติกมาจำนวนหนึ่ง บนมันฝรั่งแต่ละหัวให้เขียนชื่อคนที่รังเกียจไว้ ดังนั้นจำนวนหัวมันฝรั่งที่เด็กนักเรียนใส่ไว้ในถุงของเขาจะขึ้นกับจำนวนคนที่เขารังเกียจและไม่ชอบ เมื่อถึงวันกำหนด เด็กๆ ทุกคนก็นำฝรั่งที่มีชื่อคนที่เขารังเกียจติดตัวมา บางคนมีมัน 2 หัว บางคนมีมัน 3 หัว ในขณะที่บางคนมีถึง 5 หัว จากนั้นคุณครูได้สั่งให้เด็กนักเรียนนำมันฝรั่งของตนเองใส่ถุงถือติดตัวไปทุกๆ แห่ง (แม้กระทั่งเข้าห้องน้ำ) เป็นระยะเวลา 1 อาทิตย์

     หลังจากที่หลายวันผ่านไป พวกเด็กนักเรียนก็เริ่มบ่นถึงกลิ่นที่ไม่สู้จะดีที่ออกมาจากมันฝรั่งซึ่งเริ่มจะเน่า นอกจากนั้นเด็กที่มีมันฝรั่ง 5 หัวก็ยิ่งบ่นที่ต้องถือถุงหนักกว่าคนอื่น

     เมื่อเวลา 1 อาทิตย์สิ้นสุดลง พวกเด็กนักเรียนจึงได้รู้สึกปลดปล่อยเพราะเกมได้จบลงแล้ว คุณครูถามว่า พวกเธอรู้สึกอย่างไรกับการที่ต้องถือมันฝรั่งติดตัวอยู่ 1 อาทิตย์ พวกเด็กนักเรียนจึงระบายความหงุดหงิดไม่พอใจออกมา และบ่นถึงความลำบากที่พวกเขาต้องเจอจากการที่ต้องถือถุงมันฝรั่งที่ทั้งหนักและส่งกลิ่นเน่าเหม็น

    หลังจากนั้น คุณครูจึงอธิบายให้เด็กๆ ได้ทราบถึงความหมายแท้จริงที่ซ่อนอยู่ในเกม คุณครูกล่าวว่า ...

     นี่เป็นเหมือนกับสถานการณ์จริงๆ เมื่อเราต้องแบก เก็บความเกลียดชังผู้อื่นไว้ในใจ มลพิษของความเกลียดชังจะกัดกร่อนใจของเรา และติดไปกับตัวเราในทุกๆ ที่ที่เราไป นี่ขนาดเรายังทนไม่ได้กับกลิ่นเน่าเหม็นของมันฝรั่งในช่วง 1 อาทิตย์ ลองคิดดูว่ามันจะเป็นเช่นไร ถ้าเราแบกเก็บความเกลียดชังไว้ในใจตลอดชั่วชีวิต ?

     คติสอนใจจากเรื่องนี้ คือ โยนทิ้งความเกลียดชังผู้อื่นออกไปจากใจของคุณ เพื่อที่ว่าคุณจะได้ไม่ต้องแบกรับบาปนี้ไปชั่วชีวิต... ให้อภัยผู้อื่นถือเป็นทัศนคติที่ดีที่สุดที่ควรยึดถือไว้ รักชื่นชมผู้อื่นแม้ว่าคุณจะไม่ชอบพวกเขา... ความรักที่แท้จริงนั้นไม่ใช่การรักชอบบุคคลที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นการรักชอบชื่นชมบุคคลที่ไม่สมบูรณ์แบบ...ให้สมบูรณ์มากๆ*

      ค่ะ ..คงได้เวลาชำระะจิตชำรุดกันบ้างแล้ว แทนคำถามแนวห่วงใยสุขภาพกายว่าวันนี้คุณดื่มนมแล้วหรือยัง ลองเปลี่ยนแนวใหม่เพื่อสุขภาพใจกันบ้างว่า วันนี้คุณสละอารมณ์เน่าในได้แล้วหรือยัง ? บางท่านอุตส่าห์ให้ความสำคัญในการสละทรัพย์และวัตถุทาน แต่ละเลยต่อการสละอารมณ์ ยอมสละทรัพย์มากมายเพื่อสร้างสถานการณ์ก้าวร้าวประหัตประหารศัตรูภายนอก แต่เลี้ยงศัตรูภายในให้เติบโต ลองถามใจตัวเองว่า สุดท้ายแล้วคุณจะได้อะไร ? ชีวิตหลังความตาย จิตใจของคุณจะไปทางไหน ?

     หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต อริยบูรพาจารย์สายวัดป่า กล่าวว่า

     *การตำหนิติเตียนผู้อื่น ถึงเขาจะผิดจริงก็เป็นการก่อกวนจิตใจของตนเองให้ขุ่นมัวไปด้วย ความเดือดร้อนวุ่นวายใจที่คิดแต่จะตำหนิผู้อื่นจนอยู่ไม่เป็นสุขนั้น นักปราชญ์ถือเป็นความผิดและบาปกรรม ไม่ดีเลย จะเป็นโทษให้ท่านได้สิ่งไม่พึงปรารถนาทรมานอย่างไม่คาดฝัน

     การกล่าวโทษผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง เป็นการสั่งสมโทษและบาปใส่ตน ให้ได้รับความทุกข์ จึงควรสลดสังเวชต่อความผิดของตน งดความเห็นที่เป็นบาปภัยแก่ตนเสีย ความทุกข์เป็นของน่าเกลียดน่ากลัว แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ทำไมพอใจสร้างขึ้นเอง เมื่อเกิดมาอาภัพแล้ว อย่าให้ใจอาภัพอีก คิดแต่จะผลิตโทษ ทำบาปอกุศลเผาผลาญตนให้ได้ทุกข์เป็นบาปกรรมอีก

     คนชั่วทำชั่วได้ง่าย และติดใจไม่ยอมลดละแก้ไขให้ดี ส่วนคนดีทำดีได้ง่าย และติดใจกลายเป็นคนรักธรรมตลอดไป เมื่อเราต้องการของดี คนดีจึงจำต้องฝึก ฝึกจนดีให้ได้

     จะพ้นการฝึกไม่ได้ งานอะไรก็ต้องฝีกทั้งนั้น ฝีกงาน ฝีกคน ฝีกสัตว์ ฝึกตน ฝึกใจ นอกจากตายแล้วจึงหมดการฝึก คำว่าดี จะเป็นสมบัติของผู้ฝึกดีแล้วแน่นอน

      ผู้เห็นคุณค่าของตัว จึงควรเห็นคุณค่าของผู้อื่นว่ามีความรู้สึกเช่นเดียวกัน ไม่เบียดเบียนทำลายกัน ผู้มีศีลสัตย์ เมื่อทำลายขันธ์ไปในสุคติในโลกสวรรค์ ไม่ตกต่ำเพราะอำนาจศีลคุ้มครองรักษาและสนับสนุน จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะพากันรักษาให้บริบูรณ์ ธรรมก็สั่งสอนแล้วควรจดจำให้ดี ปฏิบัติให้มั่นคง จะเป็นผู้ทรงคุณสมบัติทุกอย่างแน่นอน

    ศีลนั้นอยู่ที่ไหน มีตัวตนเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้รักษา ศีลก็อยู่ที่ตนนี้ เจตนาในจิตใจเป็นตัวศีล คนเราถ้าจิตใจไม่มี ก็ไม่เรียกว่าคน มีแต่กายจะทำอะไรได้ ร่างกายกับจิตต้องอาศัยกันและกัน เมื่อจิตไม่เป็นศีล กายก็ประพฤติไปต่างๆ มีโทษต่างๆ ผู้มีศีลแล้วไม่มีโทษ จะเป็นปกติแนบเนียนไม่หวั่นไหว ไม่มีเรื่องหลงหาหลงขอ คนที่หา คนที่ขอ ต้องเป็นทุกข์ ขอเท่าไรยิ่งไม่มี ยิ่งอดอยากยากเข็ญ

      กายเราได้มาจากบิดามาดาพร้อมบริบูรณ์ ศีลในจิตใจต้องรีบทำ รักษาศีลได้ไม่มีกาล ได้ผลมาก ผู้มีศีลย่อมองอาจกล้าหาญ ผู้มีศีลย่อมมีความสุข ผู้จักมั่งคั่ง บริบูรณ์ สมบูรณ์ ไม่อดไม่ยาก ไม่จน ก็เพราะรักษาศีลได้สมบูรณ์ จิตดวงเดียวเป็นศีล เป็นสมาธิ เป็นปัญญา ผู้มีศีลแท้ เป็นผู้หมดเวรหมดภัย

      พระพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่องกายวาจาจิต มิได้สอนอย่างอื่น ทรงสอนให้ปฏิบัติฝึกหัดจิตใจ ให้เอาจิตพิจารณากาย เรียกว่า กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน หัดสติให้มากในการค้นคว้าที่เรียกว่าธัมมวิจยะ พิจารณาให้พอทีเดียว เมื่อพิจารณาพอจนเป็นสติสัมโพชณงค์ จิตจึงจะเป็นสมาธิรวมลงเอง การประกอบความพากเพียรทำจิตให้ยิ่ง เป็นการปฏิบัติตามคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณธรรมยังผู้เข้าถึงให้เป็นผู้ฉลาดปราดเปรื่องเลื่องระบือ มีความฉลาดกว้างขวางในอุบายวิธี ไม่มีความคับแค้นจนมุม

     ความไม่ยั่งยืนเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แน่นอน ความยิ่งใหญ่คือ ความไม่ยั่งยืน ชีวิตที่ยิ่งใหญ่คือ ชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น

      วาสนานั้นเป็นไปตามอัธยาศัย คนที่มีวาสนาในทางที่ดีมาแล้ว แต่คบพาลวาสนา ก็อาจเป็นเหมือนคนพาลได้ บางคนวาสนายังอ่อน เมื่อคบบัณฑิตวาสนาก็เลื่อนขั้นขึ้นเป็นบัณฑิต ฉะนั้น บุคคลควรพยายามคบแต่บัณฑิต เพื่อเลื่อนภูมิวาสนาของตนให้สูงขึ้น

     ผู้มีปัญญา ไม่ควรให้สิ่งที่ล่วงมาแล้วตามมา ไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ผู้มีปัญญาได้เห็นในธรรมซึ่งเป็นปัจจุบัน ควรเจริญความเห็นนั้นไว้เนืองๆ ควรรีบทำเสีย ผู้มีปัญญาซึ่งมีธรรมเป็นเครื่องอยู่ มีความเพียรแยกกิเลสให้หมดไป จะไม่เกียจคร้าน แต่จะขยันหมั่นเพียรทั้งกลางวันและกลางคืน*
      (นำมาจาก http://sangdham.8m.com/mun2.htm1#m5)

     อย่างที่ หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร วัดถ้ำยายปริก เกาะสีชัง เคยกล่าวไว้ว่า

     ทางโลกนั้น ดิ้นรนกันตลอดเวลา พุ่งนอกตลอดเวลา เหมือนเล่นการพนัน ได้มากี่พันกี่หมื่นกี่แสน เห็นแต่เสียวันเสียคืน ชีวิตคนทั่วไปก็เหมือนกัน ได้ผัวเมีย ลูกเต้าหลานเหลน ได้เกียรติยศหน้าที่การงาน ได้เงินได้ทอง คิดกันว่ามันได้จริงๆ หรือ แล้ววันคืนที่เสียไป ดับสูญสิ้นไป ตายวันตายคืนกันตลอดเวลา ใครล่ะจะมองเห็น ?